Loading Now
×
โอมากาเสะ (Omakase) ในย่าน Ginz

ร้านปลาดิบในญี่ปุ่นต้องไปชิมเมื่อไปถึงญี่ปุ่น

ละลายในปาก! พิกัด “ร้านปลาดิบในญี่ปุ่นต้องไปชิมเมื่อไปถึงญี่ปุ่น” อร่อยฟินบินตรงสู่สวรรค์สายกิน

ถ้าพูดถึงการไป เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง หนึ่งในมิชชันระดับชาติที่ทุกคนต้องปักหมุดไว้ในใจเลยก็คือ “การตระเวนกินปลาดิบและซูชิ” ใช่ไหมครับ? แหม… ก็มาถึงถิ่นแดนปลาดิบทั้งที จะให้พลาดเนื้อปลาสด ๆ หวานฉ่ำที่เชฟแล่มาแบบพอดีคำได้อย่างไร! แต่ปัญหาสุดคลาสสิกของนักท่องเที่ยวไทยก็คือ ร้านซูชิและร้านโอมากาเสะในญี่ปุ่นมันมีเยอะมากจนเลือกไม่ถูก แถมบางร้านก็ลึกลับซับซ้อนเหลือเกิน
ไม่ต้องกังวลไปครับ! วันนี้เราคัดสรรมาให้เน้น ๆ กับพิกัดเด็ด ร้านปลาดิบในญี่ปุ่นต้องไปชิมเมื่อไปถึงญี่ปุ่น มัดรวมร้านเด่น ร้านดัง และตลาดปลาที่การันตีความสดระดับสิบดาว อ่านง่าย สนุกสนาน และเตรียมตัวจดลงลิสต์ ร้านอาหารญี่ปุ่นต้องไป ได้เลย พร้อมแล้วเตรียมล้างท้อง หยิบตะเกียบ แล้วตามไปฟินพร้อมกันเลยครับ!
  1. 3 พิกัดเหลาปลาดิบระดับตำนาน สดเหมือนยกทะเลมาไว้บนจาน

    สำหรับใครที่ไป เที่ยวโตเกียว หรือเมืองใหญ่ ๆ แล้วอยากกินปลาดิบแบบฟิน ๆ นี่คือพิกัดที่คุณต้องไปเช็กอินให้ได้ครับ:

    🐟 ตลาดปลาซึคิจิ (Tsukiji Outer Market) และ ตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu Market)

    ถ้าอยากได้ฟีลกินปลาดิบตอนเช้าตรู่ สดใหม่จากเรือประมง ต้องมาที่นี่เลยครับ! ถึงแม้ตลาดปลาประมูลวาฬจะย้ายไปที่โทโยสุแล้ว แต่โซนตลาดนอกของ Tsukiji ก็ยังมีร้านข้าวหน้าปลาดิบ (Kaisen-don) และร้านซูชิรถเข็นเปิดบริการละลานตา
      • ไฮไลต์ห้ามพลาด: ลองเดินหาร้านข้าวหน้าปลาดิบรวมมิตรที่โปะไข่หอยเม่น (Uni) และโอโทโร่ (Otoro) สับฉ่ำ ๆ ทานคู่กับซุปมิโซะร้อน ๆ บอกเลยว่าฟินลืมตื่นชัวร์ครับ!

    🍣 Sushiro / Kura Sushi – ร้านซูชิสายพาน (Kaitenzushi) อร่อยคุ้มราคาสบายกระเป๋า

    สำหรับสายประหยัดแต่อยากจัดหนัก ต้องพุ่งตัวไปร้านซูชิสายพานเจ้าดังที่มีสาขาทั่วญี่ปุ่นครับ ยุคนี้เขาอัปเกรดระบบสั่งอาหารผ่านแท็บเล็ตและใช้ AI ช่วยเสิร์ฟบนสายพานความเร็วสูง สะดวกสบายมาก
      • ไฮไลต์ห้ามพลาด: ถึงจะเป็นร้านแมส ๆ ราคาเริ่มต้นจานละไม่กี่ร้อยเยน แต่เนื้อปลาแซลมอน ปลาทูน่า และกุ้งหวานของเขาคือสดเกินราคาไปมาก เป็นหนึ่งในพิกัด ร้านอร่อยญี่ปุ่น ที่กินได้บ่อยแบบไม่ต้องกลัวกระเป๋าฉีก

    🍣 ร้านระดับพรีเมียม / โอมากาเสะ (Omakase) ในย่าน Ginza

    ถ้าทริปนี้คุณตั้งใจจะมาให้สุดและอยากสัมผัสประสบการณ์ที่เชฟเป็นคนเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดในวันนั้นมาเสิร์ฟให้ทีละคำ ย่านจินซ่า (Ginza) ในโตเกียวคือคำตอบครับ
    • ไฮไลต์ห้ามพลาด: เนื้อปลาคัตสึโอะรมควัน หรือข้าวปั้นหน้าอูนิที่เชฟวางใส่มือให้ทานสด ๆ รสสัมผัสครีมมี่ หอมหวาน ละลายในปากจนอยากจะหลับตาพริ้ม ขอบอกว่าร้านแนวนี้ส่วนใหญ่ ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น นะครับ วอล์กอินเข้าไปไม่ได้กินแน่นอน!
  2. ตารางเปรียบเทียบสไตล์ร้านปลาดิบ เลือกแบบที่ใช่ในงบที่คุณชอบ

    เพื่อให้สายกินวางแผนงบประมาณและสไตล์การกินได้ง่ายขึ้น มาดูกันครับว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร:
    ประเภทของร้าน พิกัด / แหล่งยอดฮิต ระดับราคาโดยเฉลี่ย จุดเด่นและสไตล์ที่ได้รับ
    ร้านในตลาดปลา (Tsukiji / Kuromon) โตเกียว / โอซาก้า ปานกลาง (1,500 – 4,000 เยน) ได้ฟีลสตรีทฟู้ด ปลาดิบชิ้นใหญ่ สดจากสะพานปลา
    ซูชิสายพาน (Chain Restaurants) มีทุกเมือง ทั่วญี่ปุ่น ประหยัด (150 – 500 เยน/จาน) สั่งง่ายผ่านหน้าจอจิ้ม ๆ อิ่มคุ้ม เมนูหลากหลาย เหมาะกับครอบครัว
    ร้านคราฟต์ / โอมากาเสะ (Omakase) ย่าน Ginza / Roppongi สูง (10,000 – 30,000+ เยน) ได้ดูเชฟโชว์ฝีมือแล่ปลา วัตถุดิบหายากตามฤดูกาล รสชาติขั้นสุด

    มารยาทจิ้มโชยุและการกินปลาดิบแบบคนญี่ปุ่นแท้ ๆ รู้ไว้จะได้ดูโปร!

    การกินปลาดิบและซูชิที่ญี่ปุ่นก็มีธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนท้องถิ่นเขาซีเรียสเหมือนกันนะเออ รู้ ข้อห้ามในญี่ปุ่น เกี่ยวกับการกินไว้หน่อย เวลาไปนั่งทานจะได้ดูสวยหล่อแบบมืออาชีพครับ
    1. อย่าเอาวาซาบิไปละลายในถ้วยโชยุจนขุ่น: คนญี่ปุ่นแท้ ๆ เขาจะไม่เทวาซาบิลงไปคนกวนกับน้ำจิ้มจนเป็นเนื้อเดียวกันครับ วิธีที่ถูกต้องคือ ให้คีบวาซาบิป้ายลงบนชิ้นเนื้อปลาโดยตรง แล้วค่อยเอาด้านเนื้อปลาไปแตะโชยุนิดหน่อย เพื่อไม่ให้รสชาติอันจัดจ้านของวาซาบิไปทำลายกลิ่นหอมธรรมชาติของเนื้อปลาครับ
    2. เอาด้าน “เนื้อปลา” จิ้มโชยุ ไม่ใช่เอาด้านข้าวลงไปจุ่ม: เวลาทานซูชิ ให้เอียงคำซูชิเล็กน้อยแล้วใช้ด้านเนื้อปลาแตะโชยุเบา ๆ ครับ เพราะถ้าเอาด้านข้าวปั้นลงไปจุ่ม ข้าวจะดูดน้ำโชยุเข้าไปจนเค็มปี๋ แถมยังทำให้ก้อนข้าวแตกกระจายจมลงไปในถ้วยน้ำจิ้ม ดูไม่น่าทานเอาเสียเลย
    3. กินขิงดอง (Gari) เพื่อล้างปาก: แผ่นขิงดองสีชมพูอ่อน ๆ ที่วางอยู่ข้างจาน ไม่ได้มีไว้ประดับสวย ๆ หรือเอาไว้กินแกล้มแก้เลี่ยนอย่างเดียวนะครับ หน้าที่หลักของมันคือเอาไว้ทานสลับระหว่างเปลี่ยนชนิดปลา เพื่อ “ล้างรสชาติเก่า” ในปากออกไป ทำให้เราสามารถรับรสชาติความหวานของปลาคำต่อไปได้อย่างเต็มที่นั่นเองครับ

You May Have Missed