Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

9 ร้านอร่อย ณ โตเกียว

ใครที่กำลังจะไปโตเกียว แล้วยังไม่มีร้านอร่อยในใจวันนี้เราจะมาแนะนำ ร้านอาหารในโตเกียว ที่ได้รับความชื่นชอบจากนักท่องเที่ยวกัน

 

YOSUKE NO UDON

เริ่มต้นมื้อแรกของการมาเยือนญี่ปุ่นกันด้วยร้านอูด้งสุดอร่อย ปกติแล้วเวลาเรารับประทานเส้นอูด้งที่เมืองไทยจะมีแต่เส้นใหญ่และค่อนข้างหนา แต่ถ้ามาที่ลิ้มลองเส้นอูด้งถึงญี่ปุ่นทั้งทีก็คงจะต้องลองเส้นอูด้งแบบ Inaniwaกันดูสักหน่อย เพราะความอร่อยของเส้น Inaniwaจะอยู่ตรงที่เส้นบางเล็ก เวลารับประทานเส้นจะนุ่มลื่นไหล ละลายในปาก และถ้ามาร้านนี้ขอแนะนำให้ลองอูด้งเย็นเพราะจะทำให้ได้สัมผัสของเส้นที่เหนียวนุ่มเป็นอย่างดี หรือจะเป็น Tempura Udonก็น่าลิ้มลองไม่แพ้กันเลยทีเดียว โดยเวลาเสิร์ฟทางร้านจะแยกเส้นและตัวเทมปุระต่างหากเพื่อให้คงความกรอบอร่อยไว้ได้อย่างเดิม

1-2-9 Nishishinbashi | Hibiya Central Bldg. B1, Minato

+81-3-3595-6288

การเดินทาง: ลงสถานีรถไฟได้ทั้ง Shinbashiและ Toranumon




KATSUZEN

‘Katsuzen’ ร้านนี้เป็นร้านที่มีขายแต่เฉพาะเมนูทงคัตสึอย่างเดียว แต่ทว่าไม่ธรรมดาเพราะว่าร้านนี้เป็นทงคัตสึที่ได้รับมิชลินสตาร์ โดยทางร้านก็จะคัดเลือกวัตถุดิบและเนื้อหมูจากตามภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่นมาเป็นอย่างดี ก่อนที่จะนำมาชุบแป้งสูตรพิเศษของทางร้าน เพื่อให้ได้ทงคัตสึแป้งบางกรอบนอกนุ่มในและจะใช้เนื้อชิ้นใหญ่ เวลากัดลงไปก็จะสัมผัสถึงเนื้อได้อย่างเต็มปากเต็มคำ โดยที่กินไปนาน ๆ จะไม่รู้สึกเลี่ยนเพราะจะใช้เนื้อหมูส่วนที่มีมันน้อย ส่วนอีกเมนูของทอดที่แนะนำคือ ‘ปอเปี๊ยะปู’ ที่ข้างในจะสอดไส้เนื้อปูมาให้แบบเยอะมาก ๆ ซึ่งถ้าใครชอบกินทงคัตสึก็สั่งเลยเพราะของเขาอร่อยทุกอย่างจริง ๆ

6-8-7 Ginza, Chuo 104-0061, Tokyo, Japan

+81-3 – 3281 – 8988

การเดินทาง: ลงสถานีรถไฟ Ginza



SUSHIKO-HONTEN

เมื่อไปเที่ยวในญี่ปุ่น แน่นอนว่าก็ต้องห้ามพลาดร้านซูชิเจ้าดังที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว เปิดมาตั้งแต่ปี 1885 โดยจุดเด่นของร้านนี้ก็คือการเสิร์ฟซูชิทีละคำ โดยเชฟจะเลือกเมนูให้เองและแต่ละเมนูที่เชฟเลือกมานั้น อาจจะแตกต่างกันออกไปเพราะว่าเชฟเลือกที่จะใช้ของสดใหม่ รวมไปถึงวัตถุดิบตามฤดูกาลที่เลือกมาแล้วว่าต้องเป็นของที่ดีที่สุดเท่านั้น อีกทั้งเชฟยังคำนึงถึงเรื่องรสชาติ โดยจะมีการจัดซูชิให้มีรสชาติค่อยๆ เข้มข้นขึ้นตามลำดับ ก่อนจะปิดจบคำสุดท้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถือว่าก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่ควรลองเพราะวิธีการนำเสนอซูชิของเชฟนั้นจะทำให้เราได้ลิ้มรสซูชิในแบบที่อร่อยที่สุดเลยก็ว่าได้

6-3-8 Ginza, Chuo-ku, Tokyo, Japan

+81-3 3571 – 1968

การเดินทาง: ลงสถานี Ginza


IPPUDO

อีกหนึ่งร้านที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันเลยคือราเม็งที่ขยายสาขาไปหลากหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ทำให้การันตีได้ว่ารสชาติราเม็งของ Ippudo จะต้องเป็นที่ถูกอกถูกใจหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน เอกลักษณ์ของราเม็งที่นี่คือความหอมนุ่มของเส้นในแบบโฮมเมตและความกลมกล่อมของน้ำซุป ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรสชาติ อีกทั้งเชฟของที่ร้านนี้ยังได้รางวัลการันตีในการเป็นแชมเปี้ยนราเม็งถึง 3 สมัยซ้อน ดังนั้นจึงหายห่วงในเรื่องของรสชาติและการบริการไปได้เลย

1-3-12 Hiroo, Shibuya 150-0012, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด 11:00 – 2:00

+81-3-5420-2225

การเดินทาง: ลงสถานีรถไฟShibuya


KANDA YABUSOBA

ใครที่กำลังมองหาอะไรอุ่น ๆทาน ขอแนะนำร้านโซบะสุดอร่อยและมีชื่อเสียงมายาวนาน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ร้านจะถูกไฟไหม้ทำให้ต้องปิดปรับปรุงไปชั่วคราว แต่เมื่อกลับมาเปิดอีกครั้งลูกค้าก็ยังคงแน่นร้านอยู่เป็นประจำตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงร้านปิด ร้านนี้จะทำโซบะออกมาในสไตล์เกียวโต ซึ่งความเด็ดจะอยู่ที่เส้นซึ่งมีความเหนียวนุ่ม หนึบ และละลายในปาก ส่วนน้ำซุปจะเข้มข้นเป็นพิเศษ เมื่อรับประทานเส้นหมดแล้วทางร้านก็จะมีน้ำซุปใสมาเพิ่มให้อีก เพื่อละลายความเข้มข้นและซดตามไปอีกครั้ง ก็จะได้ความอร่อยและรสชาติในแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ

2-10 Kanda Awaji-cho, Chiyoda 101-0063 , Tokyo

เวลาเปิด-ปิด 11:30 am –19:30

+81-3-3251-0287


QUINTESSENCE

หากยังไม่จุใจ เราขอนำเสนอความแปลกใหม่จากร้าน Quintessence ซึ่งเมนูแต่ละอย่างที่เชฟบรรจงนำเสนอทำให้ทางร้านได้รับรางวัลการันตีจากมิชลิน 3 ดาว รูปแบบของอาหารที่ร้านนี้จะเป็นสไตล์ผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและฝรั่งเศส อีกทั้งเชฟยังขยันคิดเมนูใหม่ ๆ มาเพิ่มเรื่อย ๆ ทำให้ลูกค้ารู้สึกสนุกและเพลิดเพลินไปกับอาหารได้อย่างไม่มีเบื่อ ถ้าไปร้านนี้เราขอแนะนำให้ไปลอง Set Lunch ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก เพราะทางร้านจะเสิร์ฟอาหารประมาณ 7 – 8 คอร์ส ในราคาประมาณ 8,000 เยน เรียกได้ว่าไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด

Barbizon 25 5-4-7 Shiroganedai, Minato, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด  12:00 – 15:00, 18:30 – 23:00

+81 3-6277-0485

การเดินทาง: ลงสถานีรถไฟShirokanedai


ISHIKAWA

มาต่อกันที่ Ishikawa ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน Sakuragawa ความโดดเด่นของที่ร้านนี้ คือการให้บริการของพนักงานที่เอาใจใส่ลูกค้าภายในร้านได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงอาหารที่เต็มไปด้วยความปราณีต รสชาติอร่อย การันตีด้วยรางวัลมิชลิน 3 ดาว ความพิเศษของอาหารที่นี่นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่ข้าว ซึ่งทางร้านจะหุงออกมาในแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ รวมไปถึงอาหารแต่ละจานจะใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และมีคุณภาพในการปรุงอยู่เสมอ ทำให้หลายคนที่เคยไปรับประทานอาหารร้านนี้จะต้องแวะกลับมาในครั้งต่อ ๆ ไปอีกแน่นอน

Kagurazaka, Shinjuku, Tokyo

เวลาเปิด-ปิด จันทร์-เสาร์ 17:30 – 00:00 am

การเดินทาง: ลงสถานีรถไฟUshigomekagurazaka


MIKAWA ZEZANKYO

อีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นในแบบดั้งเดิมที่นำเสนอได้แตกต่างจากที่อื่นเป็นอย่างมาก เจ้าของร้านจะคอยดูแลบริการลูกค้าด้วยตนเอง อีกทั้งยังเป็นทั้งเชฟและศิลปินอีกด้วย ด้วยความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเทมปุระ จึงทำให้ที่นี่มีเมนูเทมปุระที่หลากหลายเป็นพิเศษ อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้จะเปลี่ยนไปเรื่อยตามฤดูกาล และยังมีรูปแบบการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร เพราะทางร้านจะทอดและเสิร์ฟแบบทีละชิ้นหรือในจำนวนไม่มากนักเพื่อให้ลูกค้าจะได้ค่อย ๆ ลิ้มรสชาติความอร่อยที่แท้จริงของอาหารในแต่ละเมนู เมื่อรับประทานเสร็จแล้วทางร้านก็ยังมีของที่ระลึกซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนลงมือทำเอง แน่นอนว่าสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอย่างเราได้ไม่น้อย

+81-3-3643-8383

การเดินทาง: ลงสถานีรถไฟ Mozennakacho


KATSUICHI

เราขอปิดท้ายร้านสุดท้ายด้วยสุดยอดร้านทงคัตสึที่ได้มิชลินสตาร์ เหมาะสำหรับคนที่เร่งรีบและไม่มีเวลามากนัก เพราะว่ามีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Tokyo จึงเดินทางไปค่อนข้างสะดวก ร้านนี้เน้นขายแต่เมนูทงคัตสึอย่างเดียว ซึ่งนอกจากหมูชุบแป้งทอดอันโด่งดังที่ใครมาก็ต้องสั่งแล้วยังมี ‘ทงคัตสึกุ้งสับชุบแป้งทอด’ อีกเมนูหนึ่งที่แนะนำ เพราะเนื้อกุ้งมีความพิเศษตรงที่ใช้กุ้งตัวใหญ่ เนื้อแน่นเวลาเคี้ยวก็สามารถรู้สึกได้ถึงความนุ่มเด้งแทบจะละลายในปาก กรอบนอกนุ่มในชุ่มฉ่ำแต่ไม่อมน้ำมัน หากอยากรู้ว่าจะอร่อยขนาดไหน ก็ต้องไปลองกันดูสักครั้งหนึ่ง

Kamiosaki, Shinagawa, Tokyo Prefecture

+81-3 – 3779 – 3388

การเดินทาง: ลงสถานีรถไฟ Meguro


ที่มา : http://www.happ-it.com/2013/th/article_detail.php?id=102