คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการปรับลดภาษีนิติบุคคลในประเทศญี่ปุ่น

97dfajjaehgdcfa6jkgki

คณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจและนโยบายการคลังของญี่ปุ่นได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2013 ที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการปรับลดภาษีนิติบุคคลลงเพื่อลดผลกระทบจากการปรับเพิ่มภาษีการบริโภคที่จะเริ่มใช้ในเดือนเม.ย. 2014 นี้ แต่ยังต้องมีการหารือกันต่อไปเนื่องจากยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกัน

ด้านความเห็นของนาย Taro Aso รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการที่จะปรับลดภาษีนิติบุคคลลง เพื่อรองรับการปรับเพิ่มภาษีการบริโภค เนื่องจากจะทำให้สถานะการคลังของประเทศที่บอบบางในขณะนี้ย่ำแย่ลงไปอีก ซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นถือว่ามีสถานภาพทางเศรษฐกิจที่แย่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอื่นๆ  ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก

อย่างไรก็ดี ความเห็นข้างต้นขัดแย้งกับความเห็นของนายกรัฐมตรี Shinzo Abe ที่ต้องการให้ปรับลดภาษีนิติบุคคลลง เนื่องจากความเห็นของกลุ่มธุรกิจต่างๆของญี่ปุ่นมองว่าการปรับลดภาษีนิติบุคคลเป็นการเยียวยาผลกระทบที่ได้ผล เพราะจะสามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ และทำให้ช่วยขยายฐานเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้กว้างขึ้นได้

เมื่อเปรียบเทียบภาษีนิติบุคคลของญี่ปุ่นแล้วพบว่าสูงกว่ากับชาติอื่นๆ โดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียวจะเสียภาษีอยู่ที่ ร้อยละ 35.64 ในขณะที่เยอรมนีอยู่ที่ร้อยละ 30 จีน ร้อยละ 25 และสิงคโปร์ ร้อยละ 17 ซึ่งคณะรัฐมตรีจะได้มีการหารือกันต่อไปในต้นเดือนต.ค. 2013

97dfajjaehgdcfa6jkgki

ดุลการค้าญี่ปุ่นติดลบมากกว่าที่คาดการณ์

ดุลการค้าญี่ปุ่นติดลบถึง 960.3 พันล้านเยน ในเดือนส.ค. 2013 ที่ผ่านมา จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 600 พันล้านเยน ซึ่งเป็นการขาดดุลการค้าติดต่อกันเป็นเดือนที่ 14 แล้ว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของตัวเลขการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง และการอ่นค่าของเงินเยน ทำให้การนำเข้าเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยไปแตะอยู่ที่ 6.74 ล้านล้านเยน ในขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 ไปอยู่ที่ 5.78 ล้านล้านเยน ซึ่งเมื่อเทียบกันกับเดือนส.ค. 2012 แล้ว ดุลการค้าในเดอืนส.ค. 2013 นี้ติดลบมากกว่าถึงร้อยละ 25 ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก

การนำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันดิบและก็าซธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลจากการปิดตัวของโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Fukushima No.1 ตั้งแต่เดือนต.ค. 2011 พบว่าการนำเข้าพลังงานคิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด

นอกจากนี้ การนำเข้าในหมวดอื่นๆ ได้แก่ อาหาร วัตถุดิบ สินค้าอุตสาหกรรม ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้ว่าปริมาณการนำเข้าลดลง  เนื่องจากรัฐบาลใช้นโยบายการเงินในการลดค่าเงินเยนลง เพื่อกระตุ้นภาคส่งออก แต่การเพิ่มขึ้นดังกล่าวยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกัยกับการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินค้านำเข้า

พบว่าการส่งออกสินค้าของญี่ปุ่นไปยังภูมิภาคเอเซีย อเมริกาเหนือ สหภาพยุโรป กลับมาได้ดุลการค้าในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ เนื่องจากเศรษฐกิจของตลาดต่างๆดังกล่าวปรับฟื้น โดยการส่งออกไปยังสหรัฐฯในเดือนส.ค.2013 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะเดียวกัน การนำเข้าจากสหรัฐฯก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 แต่ญี่ปุ่นยังคงได้ดุลการค้า 495 พันล้านเยนแต่อย่างไรก็ดี ในภาพรวมญี่ปุ่นยังคงขาดดุลการค้ากับคู่ค้าใหญ่ คือ จีน โดยการส่งออกไปจีนในเดือนส.ค. 2013 เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เป็น 1.1 ล้านล้าน เยน แต่การส่งออกก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เป็น 1.4 ล้านล้านเยน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *